รีวิว Huawei Mate 9 Pro สมาร์ทโฟนตัวแรงสุดหรู ตอกย้ำความสำเร็จของ Huawei

หัวข้อกระทู้ ใน 'ข่าวสารและพูดคุยทั่วไป' เริ่มโพสต์โดย Tety, 22 มกราคม 2017.

By Tety on 22 มกราคม 2017 at 06:08
  1. Tety

    Tety Staff Member

    ข้อความโพสต์:
    87
    คำชอบใจ:
    11
    คะแนนสะสม:
    18
    สมัครเมื่อ
    1 พฤษภาคม 2015
    เพิ่งวางขายไปเมื่อวันที่ 19 มกราที่ผ่านมา สำหรับ Huawei Mate 9 Pro แถมของยังขาดตลาดมาก(รวมไปถึง Mate 9) วันนี้เด็กดรอยด์เลยจะมารีวิวให้ชมว่า ทำไมมันถึงได้เป็นที่ต้องการมากขนาดนี้ ทั้งๆที่ราคาก็ค่อนข้างสูงทีเดียว


    Huawei Mate 9 Pro เรียกได้ว่าเป็นตัวต่อยอดจาก Huawei Mate 9 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ และเพิ่มเติมในเรื่องของฟังก์ชันให้แตกต่างไปจากเดิม โดยได้ใช้รูปลักษณ์เดียว กับ Huawei Mate 9 Porsche Design

    มาดูกันว่า Huawei Mate 9 Pro มันมีหน้าตาและรูปลักษณ์เป็นอย่างไร

    M1.

    จากรูปจะเห็นได้ว่า หน้าตาเครื่องนั้นไม่เหมือน Mate 9 เลย แถมปกติรุ่น Pro มักจะจอใหญ่กว่ารุ่นธรรมดา แต่นี่กลับลดขนาดจอลง เหลือเพียง 5.5 นิ้ว และเพิ่มความละเอียดเป็น 2K (1440x2560 พิกเซล) 534 ppi และยังได้ย้ายปุ่มแสกนนิ้วมือ มาไว้ด้านหน้า โดยตัวปุ่มจะเป็นระบบสัมผัสนะคะ ไม่สามารถกดได้ ใช้แตะอย่างเดียว ทั้งยังทำหน้าที่เป็นปุ่มโฮมด้วย (จากที่ได้ใช้งาน เรียกได้ว่า แสกนนิ้วเร็วมากๆๆๆ แตะปุ๊บติดปั๊บ)


    ส่วนที่ว่างข้างซ้ายขวาของปุ่มโฮมนั้นจะเป็นส่วนของปุ่ม เรียกแอปฯที่เคยใช้งาน (Recent apps) และ ปุ่มย้อนกลับ(Back) โดยเมื่อแตะไปที่ที่ว่างข้างๆปุ่มโฮม จะมีไฟเป็นจุดสีขาวติดขึ้นมาเพื่อบอกตำแหน่ง และมีการสั่นตอบสนองการสัมผัส(ยังไม่สามารถหาวิธีปิดสั่นตรงนี้ได้)

    M2.

    ด้านหลังก็ไม่เหมือนเดิม เพราะย้ายปุ่มแสกนนิ้วมือ(ปุ่มโฮม)ไปไว้ข้างหน้าและตำแหน่งของDual LED แฟลช และเลเซอร์โฟกัสก็สลับไปอยู่ในแนวตั้งแทน ส่วนกล้องยังคงเป็นกล้องคู่ แยกเป็นแบบ ถ่ายภาพสี(ความละเอียด 12ล้านพิกเซล) และขาวดำ(ความละเอียด 20ล้านพิกเซล)เช่นเดิม โดยยังใช้เลนส์กล้องจาก Summarit และเทคโนโลยีการถ่ายภาพจาก Leica เช่นเดิม

    4_20170121_090902.

    ด้านข้างของเครื่อง ฝั่งซ้ายจะมีช่องใส่ซิม ซึ่งจะใส่ได้ 2ซิม

    5_20170121_091141.

    ฝั่งขวาของเครื่องจะเป็นปุ่มปิด/เปิด และปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง **Huawei Mate 9 Pro นั้นไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ เพราะหน่วยความจำในตัวเครื่องให้มาถึง 128GB อยู่แล้ว

    7_20170121_091309.

    ด้านบนจะมีอินฟาเรต(เอาไว้ใช้เป็นรีโมททีวี รีโมทแอร์ได้ แค่ติดตั้งแอปฯที่รองรับ)


    6_20170121_091222.

    ด้านล่างจะช่องไมค์รับเสียง ช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. พอร์ตชาร์จ USB Type-C และลำโพง

    ตัวเครื่องนั้นจะมีความโค้งมน ทั้งหน้าและหลัง และด้วยขนาดที่เล็กกว่า Mate 9 ทำให้จับถือค่อนข้างง่ายพอสมควร บวกกับน้ำหนักที่เบาขึ้น(169 กรัม) ถือสบายๆไม่เมื่อยแน่นอน

    8_20170121_091355.

    9_20170121_091411.

    หลายๆคนเห็นแล้วจะนึกถึง Samsung เราเลยลองจับมาเทียบให้ดูกันว่ามันเหมือนกันแค่ไหน โดยจะเทียบกับ Samsung Galaxy S7 Edge สีเงิน

    IMG_25600203_054424.

    รูปทรงก็ไม่คล้ายนะ แต่เพราะความที่ตัวเครื่องเงาๆ บวกกับปุ่มโฮมด้านหน้า ทำให้คิดว่าเป็น Samsung ได้จริงๆ (หลายๆคนบอกว่าเหมือน Note 7)

    IMG_25600203_053841.

    ความบาง Huawei บางกว่าอยู่หน่อย เพราะด้านหลังเครื่องนั้นค่อนข้างโค้งรับกับมือได้อย่างดี


    ทำไมต้อง Huawei Mate 9 Pro?

    หลายๆคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องซื้อตัว Pro เพราะราคาแพงกว่า 4,000 บาท(Mate 9 ราคา 23,900 บาท Mate 9 Pro ราคา 27,900 บาท) สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมาคือ

    1. RAM 6GB (Mate 9 เดิม 4GB)
    2. ROM 128GB (Mate 9 เดิม 64GB เพิ่มขึ้นเท่าตัว)
    3. จอ AMOLED ความละเอียด 2K (Mate 9 เดิม จอ LCD ความละเอียด FULLHD)
    4. ดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัยกว่า จับถนัดกว่า​

    แค่เพิ่ม RAM และ ROM ขึ้นมาก็คุ้มแล้ว ส่วนใครที่บอกว่าจอ 2K ไม่สำคัญเพราะมองแทบไม่แตกต่างนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ปัจจุบันสมาร์ทโฟนเริ่มเข้าสู่ยุคของ VR (Virtual Reality ความเป็นจริงเสมือน) เช่นพวกแว่นตา VR ต่างๆที่ใช้ดูภาพ 3มิติ หรือหนัง 3มิติ ซึ่งหากใช้จอ FULLHD หรือ HD ทั่วๆไป เวลามองผ่านแว่น VR เราจะเห็นภาพที่ไม่ละเอียด ทางผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องผลิตจอเพิ่มความละเอียดให้มากขึ้น เพื่อรองรับจุดนี้ค่ะ

    2016-01-12-image-19.


    มาถึงจุดเด่นต่างๆของเครื่องกันบ้าง เริ่มที่ตัวชูโรงอย่าง กล้อง ที่ได้ชื่อ Leica มาการันตีคุณภาพ

    กล้องหลัง

    9991_20170121_093251.


    กล้องหลังของ Huawei Mate 9 Pro นั้นเป็นกล้องคู่ (Dual Cameras) 20 ล้านพิกเซล + 12 ล้านพิกเซล f/2.2 มีระบบกันสั่น OIS ,Hybrid zoom 2x , Leica optics,
    phase detection & laser autofocus, dual-LED (dual tone) flash

    กล้องตัวบน จะเป็นกล้องสำหรับถ่ายภาพขาวดำ (Monochrome) ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
    กล้องตัวล่าง จะเป็นกล้องสำหรับถ่ายภาพสี (RGB) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.2​

    หลักการทำงานของกล้องคือ เมื่อเราถ่ายภาพ 1 ภาพ กล้องขาวดำนั้นจะทำหน้าที่เก็บรายละเอียดของแสง เงา ความสว่าง มิติของภาพ ความตื้นลึกของภาพ และเมื่อนำภาพขาวดำมาซ้อนกับภาพสี ด้วยซอฟท์แวร์ของ Huawei ที่ร่วมกันพัฒนากับ Leica ทำให้ภาพที่ได้นั้น มีประสิทธิภาพสูง มีมิติที่ชัดเจนมากขึ้น เก็บแสงได้มากขึ้น ทำให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้จะอยู่ในที่แสงน้อยก็ตาม

    และกล้องคู่นั้นยังช่วยในเรื่องการถ่ายภาพแบบ “หน้าชัด หลังเบลอ” ได้อย่างสวยงาม เนียนตา สมจริง ไม่ลอยจนหลอกตา โดยสามารถเลือกจุดโฟกัสของภาพได้ตามต้องการแม้จะถ่ายไปแล้วก็ตาม

    99_IMG_20170121_095002.

    ภ่ายหน้าชัดหลังเบลอ โดยโฟกัสที่ตัวตุ๊กตา ด้านหลังจะเห็นโบเก้(Bokeh) สวยงาม

    เปรียบเทียบค่า f แต่ละค่า ว่าความเบลอของฉากหลังต่างกันแค่ไหน จะเห็นได้ว่า f/0.95 ฉากหลังจะเบลอที่สุด จุดนี้ต้องระวัง หากใช้ผิดสภานการณ์ ภาพจะดูหลอกมาก
    ถัดมาที่ f/2.8 และ f/4 ฉากหลังละลายต่างกันเล็กน้อย แต่ก็ยังอาจจะหลอกนิดๆ โดยค่า f/4 เป็นค่าพื้นฐานที่กล้องตั้งมาเลย บางสถานการณ์จะหลอกบ้าง บางสถานการณ์(ที่แสงน้อย) จะไม่หลอกตา
    ถัดมาคือ f/7.1 - f/16 ชุดนี้จะเบลอน้อยไปจนถึงชัดทั่วทั้งภาพ(f/16)
    ***ข้อแนะนำ***
    หากถ่ายวัตถุแบบใกล้ๆ สามารถเลือกใช้ f/0.95 - f/4.0 ได้ ภาพจะไม่หลอกมาก
    แต่ถ้าถ่ายตัวบุคคล ที่ต้องเว้นระยะพอสมควร(ครึ่งตัว) (ที่เรียกว่าถ่ายพอตเทรต) ควรใช้ f/4 - f/7.1 ภาพจะเบลอกำลังสวย
    ส่วน f/11 - f/16 เหมาะที่จะถ่ายในสถานการณ์ที่ตัวแบบอยู่ค่อนข้างไกล

    bokeh.


    เมื่อทำการ crop 100% เพื่อดูความเนียนของขอบวัตถุ พบว่าทำได้ดีมากกว่ารุ่นก่อนๆ และสามารถเก็บรายละเอียดของตัวหมีได้อย่างดี

    bokeh3.


    ความพิเศษของกล้องยังไม่หมด เนื่องจาก Leica นั้นขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายภาพขาวดำ(Monochrome) เพราะสามารถไล่โทนสีขาวดำแบบเก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด ภาพที่ได้จึงให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างจากภาพขาวดำจากกล้องทั่วๆไป

    IMG_20170122_072843.

    IMG_20170122_091256.

    IMG_20170122_091042.


    การใช้งานกล้องหลัง กล้องเทพๆ แต่กลับใช้งานไม่ยาก และยังมีฟังก์ชันเพียบ ถ้าใช้งานทั่วๆไป เรียกได้ว่าแค่โหมดออโต้ ก็ตอบโจทย์แทบจะทุกอย่าง สามารถปรับความอิ่มของสีได้ง่ายๆ โดยจะมีให้เลือก 3 แบบคือ Standard Vivid และ Smooth

    M3.

    เปรียบเทียบความแตกต่างของความอิ่มสี ในโหมด Standard กับ Vivid

    M95.

    ส่วนลูกเล่นอื่นๆ ก็แค่ปาดหน้าจอไปทางขวา ก็จะมีโหมดต่างๆมาให้เลือกใช้งานเยอะมาก

    M4.

    ส่วนการตั้งค่าของกล้อง ให้ปัดหน้าจอไปทางซ้าย จะมีเมนูต่างๆ
    ของกล้องให้เราปรับตั้งค่าได้ ทั้งแตะจอเพื่อถ่าย เปิดระบบกันสั่น ใส่ลายน้ำ

    M8.


    กล้องหน้า.. กล้องหน้าของ Huawei Mate 9 Pro นั้นมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล f/1.9 ถ่ายออกมาได้คมชัดสมจริง และยังมีโหมดบิวตี้ ที่ค่อนข้างทำออกมาได้ดี(ภาพไม่หลอก ไม่เวอร์เกินจริง) และยังสามารถนำมาปรับแต่งแก้ไขทีหลังได้อีกด้วย จะตาโต หน้าเรียว ผิวเนียน ทำได้หมด

    M9.


    ความพิเศษของกล้องหน้ายังมีอีกอย่างคือ บิวตี้วีดีโอ ไม่ใช่แค่ถ่ายภาพแบบหน้าเด้งอย่างเดียว ยังสามารถถ่ายวีดีโอได้อีกด้วย (บิวตี้วีดีโอ นี้ทำได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหล้ง)

    M91.


    ลำโพงคู่ จริงๆแล้ว Huawei นั้นได้ทำลำโพงคู่อัจฉริยะมาตั้งแต่รุ่น P9 แล้ว ความฉลาดของมันก็คือ เมื่อเราถือโทรศัพท์ในแนวตั้ง เสียงจะออกจากลำโพงด้านล่างของตัวเครื่อง และหูฟังสำหรับสนทนาด้านบน แต่จะแบ่งโทนเสียงกัน ลำโพงด้านล่างจะปล่อยเสียงกลางและต่ำ(ทุ้ม) ส่วนลำโพงด้านบนจะปล่อยเสียงสูง(ใส) แต่ถ้าเราพลิกโทรศัพท์ให้อยู่ในแนวนอน ลำโพงคู่จะถูกเปลี่ยนเป็นโหมดสเตอริโอทันที ส่วนเรื่องการฟังเพลงผ่านหูฟังนั้น Huawei ยังคงใช้ DTS Mode เพื่อเพิ่มคุณภาพเสียงเช่นเดิม ซึ่งก็สามารถทำได้ดี เบสไม่หนาจนเกินไป ฟังสบายๆ

    M92.


    CPU Octa-core (4x2.4 GHz Cortex-A73 & 4x1.8 GHz Cortex-A53) และ Chipset Hisilicon Kirin 960 ....แม้ Huawei นั้นจะไม่ได้ใช้ Chipset เจ้าดังอย่าง Qualcomm Snapdragon แต่เจ้า Kirin 960 นั้นกลับทำงานได้อย่างดีเยี่ยม เล่นเกมลื่นไหลดีมากกกกกก ใครเน้นโซเชียลก็ลื่นสบาย


    M93.

    ทดสอบ Antutu Benchmark คะแนนไม่สวยเท่าไหร่ โดยรวมได้ 124,772 คะแนน ถ้าเทียบกับ Samsung Galaxy S7 ซึ่งได้ 13X,XXX แล้วดูค่อนข้างต่าง แต่การใช้งานจริงกลับลื่นไหลว่า S7 พออย่างเห็นได้ชัด

    ส่วน GPU Mali-G71 Octacore นั้นทาง Huawei เคลมไว้ว่าประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นถึง 180% และ Power efficiency เพิ่มขึ้นถึง 40% นั้นย่อมหมายความว่า Huawei Mate 9 Pro นั้นใช้พลังงานน้อยลงมาก ทำให้ประหยัดแบตฯยิ่งกว่าเดิม (จากที่ได้ลองใช้งาน สามารถใช้งานได้ 2 วัน สบายๆ)

    30.


    RAM 6 GB และ ROM 128 GB เรียกได้ว่าเหลือเฟือจริงๆ ใครบอกว่า RAM 4GB ใน Mate 9 ตัวธรรมดาก็เพียงพออยู่แล้ว นั่นก็ใช่ค่ะ แต่ถ้าได้ลอง Mate 9 Pro แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจเลยทีเดียว ส่วน ROM 128 GB ก็จุใจ ไม่ต้องซื้อเมมเพิ่ม(เพราะ Mate 9 Pro ใส่เมมเพิ่มไม่ได้ ^_^)

    ถ้าหากว่าใครบอกว่า การใช้ Memory card สะดวกเวลาจะย้ายข้อมูลเยอะๆ หรือไฟล์ขนาดใหญ่ๆ อยากแนะนำให้รู้จักกับ แอพฯ SHARE IT (กดโหลดได้นะ) แอพฯนี้สามารถโอนถ่ายไฟล์ขนาดใหญ่ๆ หรือจำนวนเยอะๆผ่าน wifi direct ได้ไวสุดๆ ย้ายข้อมูลทั้งหมด และยังย้ายแอพฯที่เคยลงจากเครื่องเก่ามายังเครื่องใหม่ได้อีกด้วย

    UI (User interface) ถือว่าเปลี่ยนไปจากโทรศัพท์จีนอย่างที่เคยเป็น เพราะเพิ่มหน้า App drawer มาให้แล้ว โดยทั่วไปแล้วโทรศัพท์จากจีน มักจะทำ UI คล้ายๆ iPhone คือไม่มี App drawer ทุกอย่างรวมอยู่ในหน้า Home หมด แต่ Mate 9 Pro นั้นทำ App drawer มาให้เราเลือกใช้ได้ด้วย ทีนี้หน้า Home ก็ไม่ต้องรกแล้ว

    M94.

    Spec ทั้งหมด


    • Network : 2G/3G/4G
    • Speed : HSPA 42.2/5.76 Mbps, LTE-A (3CA) Cat12 600/150 Mbps
    • Dimensions : 152 x 75 x 7.5 mm.
    • Weight : 169 g
    • SIM : Dual SIM (Nano-SIM, dual stand-by)
    • Screen : 5.5 inchs 1440 x 2560 pixels (~534 ppi)
    • OS : Android OS, v7.0 (Nougat)
    • Chipset : Hisilicon Kirin 960
    • CPU : Octa-core (4x2.4 GHz Cortex-A73 & 4x1.8 GHz Cortex-A53)
    • GPU : Mali-G71 MP8
    • Memory : 6 GB RAM, 128 GB ROM
    • Rear Camera : Dual 20 MP +12 MP, f/2.2, OIS, 2x zoom, Leica optics, phase detection
      & laser autofocus, dual-LED (dual tone) flash
    • Front Camera : 8 MP, f/1.9, 1080p
    • Connectivity : WLAN, Bluetooth, HPS, NFC, Infared, USB Type-C
    • Sensor : Fingerprint, accelerometer, gyro, proximity, barometer, compass
    • ฺBattery : Li-Po 4000 mAh battery

    บทสรุป

    ข้อดี - หลังจากที่ได้ใช้งาน Huawei Mate 9 Pro มาซักระยะ(ตั้งแต่วันแรกที่วางขาย) ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป(ซื้อเองนะจ๊ะ ไม่มีสปอนเซอร์แต่อย่างใด) การใช้งานทั่วไป ตอบสนองได้เป็นอย่างดี ตัวเครื่องจับถนัดมือกว่า S7 Edge (ใช้คู่กัน) เรื่องกล้องทำได้ดีมากๆๆๆๆๆๆ ถ่ายง่าย สีสันสวย ฟังก์ชันกล้องเยอะ กล้องหน้าดีมาก ดูหนังฟัลเพลงสบาย(จอ 2K นี่มันคมจริงๆ)

    ข้อเสีย - ถ่ายวีดีโอยังคงสั่นอยู่บ้าง แต่น้อยลงจาก P9 เยอะ , UI ยังมีข้อเสียในบางจุด เช่น Facebook ไม่มีตัวเลขแจ้งเตือน App และยังไม่รองรับ VoLTE / VoWIFI เนื่องจากทาง Huawei ยังไม่สามารถพัฒนา Software ให้รองรับได้(ร้องเพลงรอต่อไป)

    ปิดท้าย - มาชมภาพที่ถ่ายด้วย Huawei Mate 9 Pro กัน


    IMG_20170122_093716. IMG_20170126_181821. IMG_20170122_092043. IMG_20170127_133029.

    PicsArt_01-26-10.13.39. IMG_20170122_164519. IMG_20170122_093922. IMG_20170122_070505.

    IMG_20170129_143542. IMG_20170122_094113. IMG_20170129_192934. IMG_20170122_092955. IMG_20170129_145824. IMG_20170130_105633.

    IMG_20170129_144955. IMG_20170127_133038. IMG_20170122_095417_1. IMG_20170122_090843. IMG_20170122_090944.

    ใครสนใจอยากลองเล่น Huawei Mate 9 Pro ก็ไปลองเล่นได้ที่ Shop Huawei หรือตามตัวแทนจำหน่ายในห้างทั่วไปได้เลยค่ะ หรือไปลองเล่นที่งาน TME 2017 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 - 12 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ก็ได้ค่ะ น่าจะมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงานแน่นอน รับรองว่าซื้อมาใช้แล้วไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
     
    แก้ไขล่าสุดเมื่อ: 4 กุมภาพันธ์ 2017

แบ่งปันหน้านี้

Share